1. การทำสมาธิจะช่วยพัฒนา Working memory
Working
memory ปรียบเสมือนกับกระดานจดโน๊ตที่ข้อมูลใหม่ๆ
มักจะเข้ามาใช้พื้นที่ชั่วคราวเช่นการที่คุณได้ยินชื่อใครสักคนหรือการฟัง
ที่อยู่หรือเส้นทางทางโทรศัพท์
ความจำส่วนนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้จนคุณทำงานเหล่านั้นเสร็จ
ซึ่งถ้ามันไม่สำคัญแล้วคุณก็จะปล่อยให้มันหายไปเว้นเสียแต่ถ้ามันสำคัญ
คุณจะเปลี่ยนมันเป็นความทรงจำระยะยาวซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้
(นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรื่องบางเรื่องเราจำได้
และเรื่องบางเรื่องเราจำไม่ได้)
Working memory
นี้เองเป็นส่วนที่เราใช้งานแทบทุกวันซึ่งถ้าความจำส่วนนี้มีประสิทธิภาพแล้ว
คุณก็จะใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้นทีเดียว โดยส่วนมากสำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปแล้ว
เราจะจดจำของได้ประมาณ 7 อย่างใน Working memory นี้
แต่ถ้าคุณต้องการเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นนั้น
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือการฝึกสมาธินั่นเอง
ในการวิจัยนั้น
พบว่าแม้คนที่ไม่เคยฝึกสมาธิเลยก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการจดจำได้ใน
ช่วงระยะเวลาเพียง 8 อาทิตย์หลังจากเริ่มฝึกสมาธิ นอกจากนี้แล้ว
การทำสมาธิยังช่วยทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจกับสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับการทำผลทดสอบต่างๆ ได้ดีขึ้น
เหตุผลที่การทำสมาธินั้นทำให้ความจำดีขึ้นก็
เพราะระหว่างการทำสมาธินั้น สมองของคุณจะหยุดการประมวลผลข้อมูลต่างๆ
แบบที่เคยทำในวันปรกติ
นั่นไม่เพียงทำให้สมองของคุณว่างและยังทำให้ผ่อนคลายความเครียดและจดจำได้
มากขึ้นด้วย
2. ดื่มกาแฟเพื่อพัฒนาการประกอบความทรงจำเข้าด้วยกัน
ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้พบว่าการ
กินคาเฟอีนเม็ดหลังจากการเรียนรู้อะไรบางอย่างนั้นจะทำให้การเรียกความจำ
กลับมานั้นดีขึ้น
โดยในการทดสอบนั้นพบว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบที่ได้รับคาเฟอีนไปหลังจากการจด
จำชุดภาพต่างๆ
นั้นสามารถทำการทดสอบภายหลังได้ดีซึ่งนักวิจัยมองว่าเป็นการจดจำที่ลึกกว่า
เดิม
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว
บางทีนอกจากที่คุณจะดื่มกาแฟในช่วงเช้าแล้ว
การดื่มกาแฟหลังจากที่คุณเรียนรู้อะไรมาตลอดวันก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่า
สนใจเช่นกัน
3. การกินเบอรี่จะช่วยทำให้ความทรงจำระยะยาวดีขึ้น
การกิจผลเบอรรี่จะช่วยเรามีความสามารถในการจดจำ
ระยะยาวดีขึ้นกว่าเดิม การศึกษาของ University of Reading และ Peninsula
Medical School พบว่าคนที่ไดเอทอาหารด้วยการกิบเบอรี่เป็นระยะเวลา 12
อาทิตย์นั้นพบว่าการมีความสามารถในการใช้ความทรงจำที่ดีขึ้นกว่าเดิม
โดยเริ่มเห็นผลตั้งแต่ในอาทิตย์ที่สาม
นอกจากนั้นแล้ว
ยังมีงานวิจัยอีกหลายงานที่พบว่าแม้ในผู้สูงอายุเองก็ตาม
หากได้รับผลเบอรี่อยู่สม่ำเสมอแล้วก็จะสามารถลดอาการความจำเสื่อมได้ด้วย
เช่นกัน
4. การออกกำลังกายช่วยให้คุณเรียกความทรงจำได้ดีขึ้น
การศึกษาทั้งกับหนูและมนุษย์แสดงให้เห็นว่าการ
ออกกำลังกายทั่วๆ ไปนั้นสามารถเพิ่มความสามารถในการเรียกความจำได้ดีขึ้น
การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุนั้นยังสามารถชะลออาการความจำเสื่อมได้
นอกเหนือจากนั้นแล้ว การออกกำลังกายยังส่งผลกับร่างกายและความสามารถอื่นๆ
อีกมากมายซึ่งทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการพัฒนาทักษะด้าน
ความจำรวมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วย
5. การเคี้ยวหมากฝรั่งจะทำให้คุณมีความจำที่ดีขึ้น
วิธีง่ายๆ
อย่างไม่น่าเชื่อของการเพิ่มความสามารถให้ความจำของคุณคือการเคี้ยวหมาก
ฝรั่งขณะที่คุณกำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างใหม่ๆ
แม้ว่ามันอาจจะยังไม่มีผลการวิจัยรับรองที่ชัดเจนนัก
ว่าเมื่อปีที่แล้วมีงานวิจัยที่พบว่าผู้เข้าร่วมทดสอบที่ทำการเคี้ยวหมาก
ฝรั่งไปด้วยนั้นจะมีผลการทดสอบในเรื่องการจดจำต่างๆ
ที่แม่นยำกว่าและมีความสามารถโต้ตอบได้ดีกว่า
สิ่งที่ทำให้การเคี้ยวหมากฝรั่งดูจะช่วยเรื่อง
การจดจำนั้นก็เพราะมันไปเพิ่มกิจกรรมให้กับ Hippocampus
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสมองสำหรับเรื่องความทรงจำ
(แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่อธิบายเรื่องนี้ได้ชัดเจนนัก)
ในอีกทฤษฏีหนึ่งก็สันนิษฐานว่าการเคี้ยวหมาก
ฝรั่งจะเป็นการเพิ่มออกซิเจนและทำให้เราสามารถตั้งสมาธิและให้ความสนใจกับ
สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น
6. การนอนจะช่วยให้คุณจัดระเบียบความจำได้ดีขึ้น
การนอนเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ถูกพิสูจน์ว่าสำคัญ
ที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับการทำให้มีความจำที่ดี
ทั้งนี้เพราะการนอนจะเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเรียบเรียงและประกอบความจำต่างๆ
เข้าด้วยกัน
ซึ่งนั่นทำให้คนที่นอนหลับไม่เพียงพอจะมีปัญหากับการพยายามจดจำหรือเรียนรู้
สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
ที่มา ขอบคุณบทความจาก nuttaputch.com